ไวน์ขาวสำหรับทำอาหาร ไม่ได้มีไว้แค่เพิ่มความหรูให้เมนู แต่ช่วยดึงกลิ่นหอมและทำให้รสซอส กลมขึ้นได้จริง คนจำนวนไม่น้อยยังสับสนระหว่างไวน์ดื่มกับไวน์ทำอาหาร ทั้งที่สองแบบให้ผลต่างกันพอสมควรในกระทะเดียวกัน
ทำไมไวน์ขาวถึงช่วยให้อาหารอร่อยขึ้น
ไวน์ขาวมีกรดและกลิ่นผลไม้บาง ๆ ที่ช่วยตัดความเลี่ยนของเนย ครีม หรือปลาได้ดี เวลาลงกระทะไวน์จะช่วยละลายเศษรสที่ติดก้นภาชนะให้กลายเป็นฐานรสของซอส เช่น เมนูหอยลายผัดไวน์ขาวหรือพาสต้าซอสครีมมักหวานนวลขึ้นเพราะไวน์ช่วยพยุงรส ไม่ให้หนักเกินไป
เลือกไวน์แบบไหนถึงจะเหมาะ
ถ้าจะใช้ทำอาหาร ให้เลือก ไวน์ขาวทำอาหาร ที่รสไม่หวานจัด และมีกลิ่นสะอาด เพราะความหวานที่เหลืออยู่จะไปเปลี่ยนรสซอสได้ง่าย เมนูซีฟู้ดมักเข้ากับไวน์ที่เบาและเปรี้ยวสด ส่วนเมนูครีมหรือไก่อบจะรับไวน์ที่กลิ่นนุ่มกว่าได้ดี ในทางปฏิบัติมักพบว่าไวน์ขาวสำหรับปรุงอาหารที่ดีไม่จำเป็นต้องแพง แต่ควรเป็นขวดที่คุณกล้าชิมก่อนเทลงหม้อ เพราะถ้ารสไม่ดีตั้งแต่ต้น รสปลายทางก็ไม่ค่อยรอด
ไวน์ขาวสำหรับทำอาหารต่างจากไวน์ดื่มยังไง
ไวน์ขาวสำหรับทำอาหาร ต่างจากไวน์ดื่มตรงที่ไม่ได้ดูแค่สีหรือคำว่า white wine บนฉลาก แต่ดูสมดุลของ ความเป็นกรด ความหวาน และกลิ่นหอมที่เหลืออยู่หลังโดนความร้อนมากกว่า เวลาเอาไปทำซอสหรือผัดกับเนย ความต่างเล็ก ๆ ตรงนี้ทำให้รสอาหารปลายลิ้นเปลี่ยนชัดกว่าที่หลายคนคิด
ทำไมรสเปรี้ยวและความเป็นกรดถึงสำคัญ
ความเป็นกรด คือเหตุผลหลักที่ ไวน์ขาวทำอาหาร ทำให้รสซอสคมขึ้น ไม่แบน เพราะกรดช่วยตัดความมันของเนย ครีม หรือชีส และช่วยดึงรสหวานธรรมชาติของหัวหอมกับเห็ดให้เด่นขึ้น ในทางปฏิบัติมักเห็นชัดกับเมนูอย่าง ซอสครีม หรือซุปไก่ ถ้าไวน์มีกรดต่ำ ซอสจะออกนัวแต่เลี่ยนเร็ว เหมือนขาดเส้นคั่นรส
อีกจุดที่คนมักมองข้ามคือกรดไม่ได้แปลว่าเปรี้ยวโดดอย่างเดียว แต่เป็นโครงสร้างของรสชาติอาหาร เวลาไวน์โดนความร้อน แอลกอฮอล์จะระเหยไปบางส่วน เหลือแต่กรดและกลิ่นที่สอดกับวัตถุดิบ ถ้าใช้ไวน์ที่หวานนิด ๆ กับเมนูหอยหรือกุ้ง จะทำให้รสออกทึบ ไม่สะอาดเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นเมนูที่มีครีมหรือเนย ความหวานเล็กน้อยกลับช่วยให้กลมขึ้นได้
จริงหรือที่ใช้ไวน์ถูกๆ ทำอาหารได้เสมอ
ไม่จริงเสมอไป เพราะราคาถูกไม่ได้แปลว่าเหมาะกับการปรุงอาหารทุกจาน บาง ไวน์ขาวสำหรับปรุงอาหาร ราคาย่อมเยาอาจมีกลิ่นอับหรือความหวานแฝงสูง พอใส่ลงกระทะแล้วกลิ่นไม่หาย กลายเป็นรสแปลกในซอสไวน์ขาวแทนที่จะช่วยให้จานดีขึ้น ถ้าเป็นเมนูที่ใช้ไวน์น้อยและเคี่ยวสั้น ไวน์ที่ค่อนข้างสะอาดยังพอใช้ได้ แต่ถ้าเป็นซอสที่ลดน้ำเยอะ กลิ่นเสียจะยิ่งชัด
สิ่งที่ควรดูจริง ๆ คือสไตล์ของไวน์มากกว่าราคา เมนูซีฟู้ดหรือซอสเนยมักเข้ากับไวน์ที่แห้งและกรดชัด ส่วนเมนูไก่หรือเห็ดบางแบบรับไวน์ที่มีกลิ่นผลไม้เบา ๆ ได้ดีกว่า ในร้านอาหารหลายแห่งยังเลือก ไวน์ขาวใช้ทำอาหาร ที่ดื่มได้ด้วย เพราะควบคุมรสง่ายกว่าและไม่เสี่ยงให้ซอสพัง หากต้องเลือกแบบเร็ว ๆ ให้คิดว่าไวน์นั้นดื่มแล้วสะอาด ปลายรสไม่หวานจัด และไม่มีกลิ่นฉุนเกินไป เมนูจะปลอดภัยกว่าการหยิบขวดราคาถูกแบบสุ่ม ๆ
เลือกไวน์ขาวทำอาหารให้เข้ากับเมนูแบบไหน
ถ้าเลือก ไวน์ขาวสำหรับทำอาหาร ให้เข้ากับเมนูได้ รสที่ได้จะดูสะอาดและชัดกว่าใช้แบบสุ่ม เพราะไวน์แต่ละสไตล์ให้ผลต่างกันพอสมควร เวลาเจอกับความเค็ม ความมัน หรือความหวานจากวัตถุดิบ รสของซอสจะเปลี่ยนไปทันที
เมนูทะเลควรเลือกไวน์แบบไหน
เมนูทะเลมักเข้ากับไวน์ที่แห้งและมี ความเป็นกรด ชัด เพราะกรดช่วยดันรสหวานธรรมชาติของกุ้ง หอย ปลาหมึก หรือปลาเนื้อขาวให้เด่นขึ้น โดยไม่กลบกลิ่นทะเลที่ละเอียดอ่อน ถ้าใช้ไวน์ที่หวานหรือกลิ่นหนักเกินไป ซอสจะพาให้รสอาหารขุ่นและออกหวานนำได้ง่าย
ในทางปฏิบัติ ถ้าทำหอยลายผัดไวน์ขาว หรือปลานึ่งซอสเนย ควรเลือก ไวน์ขาวทำอาหาร ที่ให้กลิ่นผลไม้ขาวบางๆ และจบแห้ง จะช่วยให้ซอสใสและไม่เลี่ยน ตัวอย่างที่เห็นชัดคือเมนูหอยเชลล์ย่าง ถ้าใช้ไวน์ที่กรดดี ซอสจะยกกลิ่นหอยขึ้น แต่ถ้าไวน์หวานนิดเดียว ความคาวจะถูกดึงออกมาแทน เลยควรเน้นความสะอาดของรสเป็นหลัก
ซอสครีมและซอสไวน์ขาวควรใช้สไตล์ไหน
ซอสครีมต้องการไวน์ที่มีกรดพอจะตัดความมัน ไม่อย่างนั้นรสจะหนาและทึบเกินไป คนที่ทำซอสครีมมักพลาดตรงเลือกไวน์กลิ่นแรง แต่กรดต่ำ ทำให้ซอสดูหรูช่วงแรกแต่กินไปสักพักจะหนักลิ้น ทางที่ดีกว่าคือใช้ ไวน์ขาวสำหรับปรุงอาหาร ที่แห้งและคม เพื่อให้ครีมยังนุ่ม แต่ไม่ปิดรสหลักของจาน
ถ้าเป็น ซอสไวน์ขาว โดยตรง เช่น ซอสกับเห็ด ไก่ หรือพาสต้า ควรเลือกไวน์ที่มีกลิ่นชัดพอให้เห็นตัวตนหลังเคี่ยว แต่ไม่หวานจนกลายเป็นรสคล้ายน้ำเชื่อม เมนูอย่างพาสต้าซอสไวน์ขาวกับกระเทียมจะเด่นมากเมื่อไวน์มีโทนผลไม้สดเล็กน้อย เพราะช่วยดึงกลิ่นเห็ดและสมุนไพรให้ชัดขึ้น ในบางกรณี ถ้าใส่ครีมเยอะอยู่แล้ว ไวน์ยิ่งต้องแห้งกว่าปกติ ไม่อย่างนั้นซอสจะเสียสมดุลเร็ว
ไก่อบ สตูว์ และการหมักเลือกต่างกันอย่างไร
ไก่อบต้องการไวน์ที่ช่วยพารสเครื่องเทศและน้ำซอสไหลเข้าผิวไก่ได้ดี จึงเหมาะกับไวน์ที่แห้งและมีกลิ่นหอมพอประมาณ เพราะระหว่างอบ ความหอมจะระเหยไปบางส่วน เหลือไว้แต่โครงรส ถ้าใช้ไวน์หวานมากเกินไป ผิวไก่อาจออกสีเข้มเร็วแต่รสลึกไม่พอ เมนูไก่อบสมุนไพรจึงมักได้ผลดีกับไวน์ที่สะอาดและไม่หนักไม้โอ๊ก
ส่วนสตูว์ต้องการไวน์ที่ไม่หายไปในหม้อเร็วเกินไป เพราะความร้อนนานจะขับความเปรี้ยวและกลิ่นออกมากขึ้น ไวน์ที่มีโครงชัดจะช่วยให้ซอสสตูว์ไม่แบน เช่น สตูว์ไก่กับเห็ดหรือหัวหอมจะได้มิติของรสชัดกว่าเมื่อใช้ไวน์ที่คมกว่าไวน์หวาน อีกกรณีคือการหมัก ถ้าจะหมักไก่หรือปลา ควรใช้ไวน์ที่กลิ่นหอมพอเป็นพื้นหลัง แต่ไม่หวานเกินไป เพราะน้ำตาลจะทำให้ผิวไหม้เร็วตอนย่าง และยังบังรสเนื้อจริงได้ด้วย
ใช้ไวน์ขาวทำอาหารตอนไหนถึงได้รสดีที่สุด
จังหวะที่ใส่ ไวน์ขาวสำหรับทำอาหาร สำคัญพอ ๆ กับชนิดที่เลือกเลย เพราะถ้าใส่เร็วหรือช้าเกินไป กลิ่นกับความเปรี้ยวจะไปคนละทางกับรสอาหารที่ต้องการ ในทางปฏิบัติมักพบว่าช่วงที่ได้ผลดีที่สุดคือก่อนปิดไฟนานพอให้แอลกอฮอล์ระเหย แต่ยังเหลือกลิ่นผลไม้และความเป็นกรดช่วยดึงรส
ใส่ตอนผัดน้ำหอมเพื่อสร้างฐานรส
ถ้าทำเมนูที่เริ่มจาก ผัดหอมใหญ่ กระเทียม หรือคื่นฉ่าย ให้เติมไวน์ตอนผักนิ่มและเริ่มหอม จุดนี้ไวน์จะช่วยละลายเศษสีน้ำตาลที่ติดก้นกระทะ ทำให้ซอสไวน์ขาวมีรสลึกขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งครีมเยอะ บ่อยครั้งเมนูไก่หรือเห็ดจะได้กลิ่นที่สะอาดกว่าเดิมชัดเจน
ใส่ตอนลดซอสให้รสแน่นขึ้น
ถ้าต้องการทำซอสให้ข้นและคมขึ้น ให้ใส่ไวน์หลังจากผัดเครื่องแล้วค่อยเร่งไฟให้เดือดอ่อน ๆ เพื่อไล่กลิ่นแอลกอฮอล์ออกไปบางส่วน วิธีนี้เหมาะกับ ซอสครีม หรือซอสกระทะ เพราะความเป็นกรดช่วยตัดความเลี่ยนและทำให้รสชาติอาหารไม่หนักเกิน ตัวอย่างเช่น เมนูปลาอบเนยจะดูสดขึ้นทันทีเมื่อมีไวน์ขาวช่วยดึงกลิ่นปลาให้เด่นแต่ไม่คาว
ช่วงตุ๋นและข้อควรระวังเรื่องปริมาณ
ถ้าเป็นเมนูตุ๋น ให้ใส่เพียงประมาณ 2 ถึง 4 ช้อนโต๊ะ ต่อ 2 ที่ก่อนเคี่ยวต่อ เพราะใส่มากไปกลิ่นจะนำและกลบรสวัตถุดิบได้ ข้อควรระวังคืออย่าเติมตอนท้ายแบบไม่เคี่ยวต่อ โดยเฉพาะกับ ไวน์ขาวทำอาหาร ที่มีกลิ่นชัด ถ้าปล่อยแอลกอฮอล์ค้าง รสจะฝาดและแหลมเกินไปแทนที่จะนุ่ม
เก็บไวน์ขาวสำหรับทำอาหารยังไงให้ใช้ได้นาน
ถ้าใช้ ไวน์ขาวสำหรับทำอาหาร ไม่บ่อย การเก็บให้ถูกวิธีช่วยประหยัดเงินและกันรสเพี้ยนได้มากกว่าที่หลายคนคิด ขวดที่เปิดทิ้งไว้โดนอากาศนานเกินไปจะเริ่มออกซิไดซ์ กลิ่นจะหม่นลงและพาให้ รสชาติอาหาร แบน โดยเฉพาะเวลาทำ ซอสครีม หรือ ซอสไวน์ขาว ที่ต้องการความสดของความเป็นกรดพอดี
ปิดขวดให้แน่นแล้วแช่เย็นทันที
หลังใช้เสร็จควรปิดจุกให้แน่น แล้วเก็บในตู้เย็นทันที เพราะอุณหภูมิต่ำช่วยชะลอการเปลี่ยนกลิ่นและรสได้ดีกว่าปล่อยไว้บนเคาน์เตอร์ ถ้ามีไวน์เหลือแค่ครึ่งแก้ว การย้ายใส่ขวดเล็กจะช่วยลดอากาศในภาชนะ ทำให้ช้ากว่าเดิมแบบรู้สึกได้จริงในครัวบ้านที่เปิดใช้ทีละน้อย
ดูอายุหลังเปิดใช้ก่อนนำมาทำอาหาร
ไวน์ที่เปิดแล้วควรเช็กกลิ่นทุกครั้งก่อนเทลงหม้อ ถ้าเริ่มมีกลิ่นคล้ายแอปเปิลคล้ำหรือกลิ่นแบนผิดปกติ แปลว่าเริ่มเสื่อมจากออกซิเดชันแล้ว ถึงยังไม่เสียจนดื่มไม่ได้ ก็อาจทำให้ซอสมีมุมขมและกลบรสหลักของอาหารได้ ในทางปฏิบัติถ้าจะใช้ทำเมนูอ่อน ๆ อย่างปลาอบหรือซุปครีม ควรเลือกขวดที่ยังสดกว่า
แบ่งใช้เป็นปริมาณเล็กๆ จะคุ้มกว่า
คนที่ทำอาหารไม่ถี่มักได้ประโยชน์จากการแบ่ง ไวน์ขาวทำอาหาร เป็นถุงหรือภาชนะเล็กก่อนแช่แข็งบางส่วน วิธีนี้ช่วยลดการเปิดปิดขวดซ้ำ ๆ ซึ่งเป็นตัวเร่งให้คุณภาพตกเร็ว และทำให้หยิบใช้ได้พอดีกับหนึ่งมื้อ ไม่ต้องฝืนใช้ให้หมดทั้งขวดในคราวเดียว ข้อควรระวังคืออย่าแช่ไว้นานเกินไปจนลืม เพราะแม้ยังใช้ทำอาหารได้ แต่กลิ่นจะไม่สดเท่าช่วงแรก
ทริกเล็กๆ ที่ทำให้ไวน์ขาว cooking ใช้ได้คุ้มกว่าเดิม
การเลือก ไวน์ขาวสำหรับทำอาหาร ให้คุ้มกว่าเดิม มักไม่ได้อยู่ที่ยี่ห้อ แต่อยู่ที่การอ่านปลายรสให้เป็น ถ้าเลือกพลาด แม้ใช้แค่เล็กน้อยก็ทำให้ซอสครีมหรือซอสไวน์ขาวออกมาแหลม หรือออกหวานจนรสอาหารเสียสมดุลได้
เลือกความหวานให้ตรงกับปลายรส
ไวน์ขาวทำอาหารที่ดีควรมีความหวานพอแตะลิ้น แต่ไม่หวานนำ เพราะความหวานที่เกินจะทำให้รสอาหารดูหนาและทึบ โดยเฉพาะเมนูที่มีเนยหรือครีมซึ่งมักต้องการความคมของความเป็นกรดมาช่วยตัดเลี่ยน วิธีที่ใช้ได้จริงคือชิมก่อนเทลงกระทะ ถ้ารู้สึกว่าปลายรสหวานคล้ายผลไม้สุกมาก ให้ลดปริมาณลงหรือผสมกับน้ำสต็อกนิดหนึ่ง ตัวอย่างเช่นเวลาทำหอยตลับผัดไวน์ ถ้าใช้ไวน์ที่หวานชัด ซอสจะกลายเป็นแนวกลมหนาแทนที่จะสดใส
อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคือไวน์ขาวสำหรับปรุงอาหารไม่จำเป็นต้องเปรี้ยวจัดเสมอไป เมนูที่ใช้เครื่องปรุงเค็มจัดอย่างชีสหรือปลาเค็มนิด ๆ มักต้องการไวน์ที่ปลายรสนุ่มกว่า เพื่อไม่ให้รสอาหารกระด้างเกิน
จับคู่ไวน์กับเครื่องปรุงที่มีกลิ่นแรง
เมื่อมี กระเทียม หรือ สมุนไพร กลิ่นแรง การเลือกไวน์ต้องคิดถึงกลิ่นหลังความร้อนด้วย ไม่ใช่แค่ตอนเปิดขวด ไวน์ที่มีกลิ่นผลไม้เด่นมากอาจไปชนกับกระเทียมจนได้กลิ่นแปลก ในทางปฏิบัติไวน์ขาวใช้ทำอาหารที่สะอาดและไม่ฉุนมากจะทำงานง่ายกว่า โดยเฉพาะกับเนย เพราะเนยจะพากลิ่นไวน์ให้โค้งนุ่มขึ้นแทนที่จะพุ่งแหลม
ถ้าเมนูมีวัตถุดิบกลิ่นแรง เช่น หอย ปลา หรือเห็ด ควรเลือกไวน์ที่ช่วย “ยก” กลิ่นอาหาร ไม่ใช่แย่งซีน ลองนึกถึงซอสไวน์ขาวสำหรับปลาย่าง ถ้าไวน์มีกลิ่นซับซ้อนเกินไป รสปลาจะหายไปครึ่งหนึ่ง ข้อควรระวังคือถ้าจะใช้ไวน์ขวดเดิมซ้ำหลายเมนู ควรชิมทุกครั้งก่อน เพราะแม้เปิดไม่นาน รสที่เปลี่ยนเล็กน้อยก็ส่งผลกับปลายรสได้ชัดกว่าที่คิด
สรุปก่อนเลือกไวน์ขาวสำหรับทำอาหารขวดถัดไป
ไวน์ขาวสำหรับทำอาหาร ที่ดีไม่จำเป็นต้องแพง แต่ต้องเข้ากับเมนูและไม่ทิ้งรสหวานหรือกลิ่นฉุนให้ซอสเพี้ยน เวลาเลือกขวดถัดไปให้จำสั้น ๆ ว่า ดูความแห้ง ดูความเป็นกรด ดูกลิ่นหอม และเช็กวิธีเก็บให้ดี เพราะ ไวน์ขาวทำอาหาร ที่เหมาะจะช่วยให้รสอาหารสะอาดขึ้นโดยไม่กลบวัตถุดิบจริง ๆ
ถ้าทำเมนูครีมหรือซอสเนย ลองใช้ไวน์ขาวสำหรับปรุงอาหารทีละน้อยแล้วชิมระหว่างทาง จะเห็นเลยว่าความเปรี้ยวและความหอมทำงานต่างกันในแต่ละยี่ห้อ ขวดที่ใช่สำหรับครัวคุณอาจไม่ใช่ขวดที่แพงสุด แต่เป็นขวดที่คุณเปิดแล้วหยิบใช้ได้มั่นใจทุกครั้ง เลือกครั้งหน้าแล้วลองกับเมนูประจำบ้านสักจาน จากนั้นค่อยจดไว้ว่าแบบไหนเข้ากันที่สุด